ไขมันเป็นสารอาหารสำคัญที่ขาดไม่ได้ ต่อสุขภาพสมอง หัวใจ หลอดเลือด ผิวพรรณ ของคนเรา แค่ต้องเลือกกินอาหารที่มี “ไขมันชนิดดี” และเลี่ยงกิน “ไขมันชนิดเลว”

ผลการวิจัยแพทย์ยืนยันมานานแล้วว่า ไขมันชนิดดี ที่ดีที่สุดในโลกที่ควรกินให้มาก นั่นคือ “น้ำมันจากปลา” ที่มี “กรดโอเมก้า 3” นั่นเอง

ทำไมต้อง เสริมกรดไขมัน โอเมก้า 3

โอเมก้า 3 (Omega 3) คือ กลุ่มของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวชนิดหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต่อระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในร่างกาย จัดเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารอื่น ๆ เช่น ปลา น้ำมันพืช ถั่ว เมล็ดพืชต่าง ๆ ผักใบเขียว หรือ ในอาหารเสริม เท่านั้น

VDO ประโยชน์ของน้ำมันปลา Omega 3 โดย คุณหมอมาร์ก มิลเลอร์

Click ดูจบใน 3 นาที

คุณประโยชน์หลักของโอเมก้า 3

1. บำรุงสมอง ความจำ

2. บำรุงหัวใจ และหลอดเลือด

3. ลดไขมันเลว ลดความดัน

4. ชะลอความแก่ ยืดเทโลเมียร์

5. ลดการอักเสบ ปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน

กดคลิ๊กที่ภาพ เรื่องที่คุณสนใจเรื่องนั้นๆ โดยเฉพาะ

ให้คำปรึกษาปัญหา เรื่องสุขภาพฟรี!!

โดยทีมงาน เวชศาสตร์ชะลอวัย ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี

ประโยชน์ด้านต่างๆ ของน้ำมันปลา โอเมก้า 3 จากผลวิจัยแพทย์

  • ช่วยบำรุงประสาทและสมอง ช่วยเพิ่มความจำและความสามารถในการเรียนรู้
  • ช่วยเพิ่มพัฒนาการในด้านสายตาและสมองของทารก
  • ช่วยป้องกันการเกิดภาวะสมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ
  • ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของโรคปวดศีรษะไมเกรน
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจวายเฉียบพลัน
  • ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว
  • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดในกระแสเลือด 
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกรีเซอไรด์ที่เป็นอันตราย
  • ช่วยลดความดันโลหิตสูง
  • ช่วยต้านความชรา ยืดเทโลเมียร์ (Telomere)
  • ช่วยลดอาการอักเสบ ปวดบวม และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • ช่วยบรรเทาอาการคันและแห้งของโรคสะเก็ดเงิน
  • ช่วยบำรุงสุขภาพผิว เส้นผม และเล็บให้มีสุขภาพดี 

5 ประโยชน์ น้ำมันปลา OM3 Licap Gel

ข้อมูลตามงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด

การที่ร่างกายของเรา ขาดกรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นสาเหตุของการตายอันดับ 6 ของโลก แต่ยังโชคดีว่าการตายจากการขาดกรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นเรื่องที่ป้องกันได้โดยบริโภคอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 มากขึ้น

ซึ่งน้ำมันปลาเป็นแหล่งสำคัญของกรดไขมันโอเมก้า 3

แต่บางคนไม่ชอบรับประทานปลา หรือไม่สามารถรับประทานปลาได้อย่างสม่ำเสมอ อาจจะเลือกรับประทานอาหารเสริมประเภทน้ำมันปลา ที่มีส่วนผสมของโอเมก้า 3 เพื่อเป็นการทดแทน

นอกจากนี้ยังมีข้อแนะนำสำหรับผู้ที่รับประทาน โอเมก้า 3 ในรูปแบบสารสกัดที่บรรจุลงแคปซูลนั้น ควรที่จะเลือกสูตรที่มีการเติมวิตามินอีลงไปในผลิตภัณฑ์ด้วย เพราะวิตามินอีนั้น จะคอยช่วยรักษาคุณภาพของน้ำมันปลา ชนิดนี้เพื่อให้ผู้ที่รับประทานนั้นได้ประโยชน์สูงสุด

Capture

กินยาลดไขมัน ลดคอเลสเตอรอล เป็นข้อผิดพลาดช็อคโลก
ต้นเหตุของโรคหัวใจ คือ "การอักเสบ" ในหลอดเลือด

เปิดเผยความลับดำมืดของคอเลอเตอรอล โดย คุณหมอมาร์ก มิลเลอร์

OM3 น้ำมันปลาโอเมก้า 3 แบบมินิแคปซูล

กลืนง่าย ไม่มีกลิ่นคาวปลา ดูดซึมสูงกว่า 3 เท่า
กักเก็บประโยชน์ของน้ำมันปลา 100%
ด้วย Licap Technology

สกัดจากปลาทะเลลึกธรรมชาติ
ผลิตจากฝรั่งเศส
อย.เลขที่ 12-1-13353-2-0024

Untitled-om3-0018

OM3 LicapGel น้ำมันปลา โอเมก้า 3 คุณภาพสูงสุดในท้องตลาด โดดเด่น & แตกต่าง ด้วยรูปแบบ LicapGel แคบซูลเจลเทคโนโลยี

บรรจุในแคปซูลเจล Licap(Gel)

จุดเด่นของ OM3 โอเมก้า 3
– ปลาที่นำมาสกัดน้ำมัน นำมาจากแหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์
– มี EPA & DHA สูง (270 mg/g : 180 mg/g)

– มาตรฐานการสกัด อันดับ 1 ของโลก
– ความคงตัวดีกว่าทุกรูปแบบ (Better stability)
– ผลิตภายใต้สภาวะแวดล้อมไนโตรเจน
– ไม่มีการสัมผัสถูกออกซิเจน ทั้งก่อนผลิต ระหว่างผลิต และหลังผลิต
– ผ่านมาตรฐานการตรวจโลหะหนัก และสารฆ่าแมลง 

บรรจุในแคปซูลเจล Licap(Gel)

– ประสิทธิภาพสูง ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีที่สุด
– รับประทานง่าย เม็ดเล็กเรียว ไม่มีกลิ่นคาวปลา
– แคปซูลเจล ป้องกันไม่ให้ออกซิเจนเข้าไป คงคุณภาพ 100%
– ไม่เหม็นหืนหรือเสื่อมสภาพก่อนวันหมดอายุ
– ประสิทธิภาพของสารอาหารเสริม ถูกปกป้องได้ดีที่สุดของโลกอาหารเสริม
– มาตรฐานการผลิต GMP, ISO 9001, 12001

ให้คำปรึกษาปัญหา เรื่องสุขภาพฟรี!!

โดยทีมงาน เวชศาสตร์ชะลอวัย ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี

OM3 Licap Gel โอเมก้า 3 เข้มข้น 2 เท่า พร้อมด้วย เทคโนโลยีเพียวแม็ค PureMax

สารคดีโอเมก้า 3 OM3 LicapGel ที่มาการวิจัยแพทย์

มาตรฐานการรับรองจาก อย. กระทรวงสาธารณสุข

OM3 เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผ่านการตรวจสอบ และรับรองเครื่องหมาย อย. จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถตรวจสอบ ข้อมูลตามรายละเอียดได้ จาก หมายเลข อย.เลขที่ 12-1-13353-2-0024  ระบุชื่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โอเอ็ม3 ลิแคปเจล  

แคปซูลเจล Licaps Capsules

เทคโนโลยี แคปซูลเจล ลิแคป (Licaps) จากฝรั่งเศส

VDO คุณหมออธิบาย ทำไมต้องรับประทานอาหารเสริม ?

ความลำเอียงของสื่อ และความจริงของอาหารเสริมที่คุณไม่เคยทราบ
โดย คุณหมอมาร์ก มิลเลอร์ จากรายการ วิทยาศาสตร์น่าทึ่ง 

รับประทานไขมันอย่างไร ให้สุขภาพดีเยี่ยม

ลดการทานอาหารทอด หรือผัดด้วยน้ำมันพืชที่มี โอเมก้า 6

หลายคนอาจคิดว่าร่างกายเราต้องการเสริมโอเมก้า 6 ด้วย เนื่องจากการสื่อสารในโฆษณาส่วนใหญ่มักเป็นเช่นนั้น

แต่ความจริงแล้วร่างกายต้องการกรดไขมันโอเมก้า 3 มากกว่ากรดไขมันโอเมก้า 6 ประมาณ 3 : 1 จนถึง 5 : 1 เท่าเพราะกรดไขมันโอเมก้า 6 ส่วนใหญ่พบได้ในน้ำมันพืชที่เรากินทุกวัน จึงไม่ค่อยพบว่ามีการขาดสารอาหารประเภทนี้จนอาจจะเกินไปด้วยซ้ำ

เพิ่มการรับประทาน ที่มี โอเมก้า 3 จากปลา

โอเมก้า 3 คือกลุ่มของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวชนิดหนึ่ง เป็นกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก ร่างกายของคนเราขาดโอเมก้า 3 ไม่ได้ แต่กลับไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้

ฉะนั้นจึงต้องได้รับจากการทานอาหารที่มีปริมาณโอเมก้า 3 แทนซึ่งมีมากในปลา

โอเมก้า 3 แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ กรดไขมัน EPA, กรดไขมัน DHA, และกรดไขมัน ALA

เสริมกรดไขมันโอเมก้า 3 จากอาหารเสริมน้ำมันปลา

โอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันจำเป็นซึ่งร่างกายเราไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ ต้องได้รับจากอาหาร เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน
เปรียบได้กับรถดับเพลิงที่คอยมาดับไฟอักเสบซ่อนเร้นที่เกิดขึ้นในร่างกาย ลดการอักเสบที่เกิดขึ้นที่ผิวหนัง ข้อต่อ ช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น

น้ำมันปลา คืออะไร ?

ที่เรียกว่าน้ำมันปลา ที่แท้แล้ว มันก็คือน้ำมันที่สกัดจากส่วนของเนื้อปลา หนัง หัว และหาง ของปลาทะเลน้ำลึกโดยเฉพาะ และในน้ำมันปลามีกรดไขมันอยู่หลายชนิด แต่ที่สำคัญและมีการนำมาใช้ ทางการแพทย์ คือ กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 ในส่วนของ น้ำมันพืชจะมีกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 6 ซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพของคนเรา ซึ่งหาทานได้ง่ายกว่า กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3

ระดับที่สมดุลของกรดไขมัน โอเมก้า 3 และ 6 คือเท่าไหร่ ??
ผลการศึกษาวิจัยการแพทย์บอกไว้ว่า ระดับที่สมดุลกันของ โอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6 คือ 1:1 ถึง 1:4 แต่ในโลกความเป็นจริง สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้รับประทานไขมันจากปลา (โอเมก้า 3) และรับประทานไขมันจากพืชมาก สัดส่วนนี้อาจจะแย่กว่ามาก คือ 20:1 หรือมากกว่านั้น
 
ซึ่งหมายถึงร่างกายได้รับโอเมก้า 6 มากเกินไป 20 เท่าเมื่อเทียบกับโอเมก้า 3 ก็จะเกิดการอักเสบเรื้อรัง มีผลต่อระบบการแข็งตัวของเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดอุดตันง่ายขึ้น และ ระบบต่างๆ ในร่างกายผิดปกติในระยะยาว ดังนั้นการทานน้ำมันปลาที่มี โอเมก้า 3 สูงจึงเป็นการส่งเสริมสุขภาพได้ดีที่สุด

หลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน จากสมาคมโรคหัวใจอเมริกา ประโยชน์ของไขมันโอเมก้า 3

– เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
– เหมาะกับผู้คนที่เคยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมาก่อน
– เหมาะสำหรับคนปกติทั่วไป
ทางการแพทย์แนะนำให้ทานไขมัน โอเมก้า 3 เพื่อสุขภาพดีสูงสุด  ซึ่ง OM3 LicapGel มีกรดไขมัน จากน้ำมันปลาจากแหล่งธรรมชาติแท้ๆ เพราะ ในการทดลองทางระบาดวิทยา และวิจัยคลีนิคการแพทย์ ไขมันโอเมก้า 3 มีส่วนช่วย ลดการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

ปัญหาของน้ำมันปลาที่จำหน่ายทั่วไป ส่วนใหญ่มีการปนเปื้อนโลหะหนัก และ ยาฆ่าแมลง

นักวิจัย David Carpenter
จากมหาวิทยาลัยออลบานี ในนิวยอร์ก (Albany) 
 แนะนำว่า ความเป็นจริงเราไม่ได้ห้ามคุณทานปลาสักทีเดียวแต่แนะให้ทานปลาแซลมอลจากฟาร์มน้อยลง

โดยผลจากการวิจัยศึกษาพบว่า ปลาแซลมอลจากฟาร์มเลี้ยงมีการปนเปื้อนมากกว่าปลาที่จับได้จากแหล่งธรรมชาติ

เพราะ น้ำมันปลาที่เป็นอาหารเสริมที่เลือกรับประทาน ต้องเลือกน้ำมันปลาที่ผลิตจากโรงงานที่มีกระบวนการผลิตที่ทันสมัย มาตรฐานสูง มีความปลอดภัย และ มีระบบป้องกันการเกิดออกซิเดชั่น ตลอดกระบวนการผลิตและการเก็บรักษา เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

ปัญหาใหญ่ของน้ำมันปลาที่จะพบเสมอ

น้ำมันปลา ง่ายต่อการเกิดออกซิเดชั่น (Oxidation) หรือการสันดาปโดยใช้หลักการเดียวกับ เหล็กขึ้นสนิม หรือ เนื้อแอปเปิ้ล เนื้อสีขาวกลายเป็นสีดำ เมื่อผ่าทิ้งไว้โดนอากาศ

2 ผลเสียของการเกิดออกซิเดชั่นของน้ำมันปลา
– น้ำมันปลาสูญเสีย EPA% and DHA% ซึ่งจะลดลงเรื่อยๆ ยิ่งเก่ายิ่งคุณค่าลดลง
– น้ำมันปลาเกิดกลิ่นคาวปลามากๆ ขึ้น บางคนกินไม่ได้ กลืนไม่ลง

แหล่งของกรดไขมันจำเป็น Essential Fatty Acids ที่คนเราต้องรับประทานเพราะร่างกายเราสร้างเองไม่ได้

โอเมก้า 6 (Omega 6)

– กรดไลโนเลอิก Linoleic Acid (LA) วิตามินเอฟ (Vitamin F)
– กรดอะราคิโดนิก Arachidonic Acid (AA)
– แหล่งอาหาร น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันข้าวโพด น้ำมันจากพืช

โอเมก้า 3 (Omega 3)

– กรดไลโนเลอิก Alha -Linolenic Acid (LNA)
– กรดไอโคซาเพนทาอีนอิก (EPA:Eicosapentaenoic Acid)
– กรดดีโคซาเฮกซาอีโนอิก (DHA:Docosahexaenoic)
– แหล่งอาหาร : ผักใบเขียว น้ำมันจากปลาทะเล น้ำมันจากเมล็ดปอ

ให้คำปรึกษาปัญหา เรื่องสุขภาพฟรี!!

โดยทีมงาน เวชศาสตร์ชะลอวัย ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี

ประโยชน์อื่นๆ ของน้ำมันปลาตามผลวิจัยแพทย์

ตามงานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีความน่าเชื่อถือ

ประโยชน์และสรรพคุณประสิทธิภาพความน่าเชื่อถือ (มีหลักฐานวิจัยสนับสนุน)
ช่วยลดไตรกลีเซอรไรด์ลดได้มากสูง
แก้โรคซึมเศร้าแก้ได้ปานกลางสูง
โรคสมาธิสั้นในเด็กแก้ได้เล็กน้อยสูง
ความดันโลหิตสูงแก้ได้เล็กน้อยสูง
เพิ่มไขมันชนิดดี HDL-Cเพิ่มได้เล็กน้อยสูง
ลดการอักเสบลดได้เล็กน้อยปานกลาง
โรค SLE หรือโรคแพ้ภูมิตัวเองลดอาการได้ปานกลางสูง
โรคอารมณ์สองขั้วหรือไบโพล่าร์ลดได้เล็กน้อยสูง
โรควิตกกังวลลดได้เล็กน้อยสูง

น้ำมันปลา โอเมก้า 3 ความปลอดภัยสูง เด็กและสตรีมีครรภ์สามารถทานได้

น้ำมันปลาที่เป็นอาหารเสริมที่มีคุณภาพ โดยปกติแล้วมักจะไม่มีสารปนเปื้อน กระทรวงสาธารณสุขของอเมริกา ระบุให้เด็กอายุตั้งแต่ 9 เดือนขึ้นไป และ สตรีมีครรภ์สามารถบริโภคน้ำมันปลาในรูปแบบอาหารเสริมได้ โดยถือว่ามีความปลอดภัยต่อการบริโภคสูง

ในทางตรงกันข้าม กลับมีคำเตือนให้ระมัดระวังการบ
ริโภคน้ำมันปลาจากปลาทะเลหรือบริโภคในรูปอาหารจริง โดยถือว่ามีระดับความปลอดภัยต่ำ เพราะอาจมีโลหะหนักหรือสารเคมีปนเปื้อนอยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของเด็กและสตรีมีครรภ์และเด็กในท้องได้ในระยะสั้นและระยะยาว

กรดไขมัน โอเมก้า 3 ช่วยควบคุมระดับคอเลสตอรอล

และ ไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ลดอัตราเสี่ยง ต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี

บำรุงระบบประสาท และ บำรุงสมอง

การรับประทาน กรดไขมันโอเมก้า 3 ทำให้ความจำและความสามารถ ในการเรียนรู้ที่เพิ่มมากขึ้น

บรรเทาอาการปวดข้อ ปวดบวม อักเสบ

อาการบวม อักเสบ ในผู้ป่วยไขข้อรูมาตอยด์

คุณประโยชน์ ของ EPA และ DHA ที่แตกต่างกันอย่างไร?

EPA หรือ Eicosapentaenoic acid
มีผลวิจัยว่าช่วยลดไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด พร้อมทั้งป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด โดยลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น และลดโอกาสในการเกิดโรคหัวใจได้ นอกจากนั้น EPA ยังช่วยลดอาการปวดอักเสบตามข้อในคนสูงอายุ


DHA หรือ Docosahexaenoic acid
เป็นส่วนประกอบหลักที่สำคัญของดวงตาและสมอง มีส่วนช่วยในด้านความรู้ความจำ ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้ความจำ ตลอดจนช่วยพัฒนาการมองเห็น จึงมีประโยชน์อย่างมากในเด็ก และวัยรุ่นที่ต้องการพัฒนาการของสมอง ในวัยทำงานที่เครียดกับการทำงาน หรือผู้ที่ใช้สายตาเป็นอย่างหนักเป็นประจำ อาทิเช่น กลุ่มผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานกรดไขมันโอเมก้า 3 ทั้ง 2 ชนิด มีความจำเป็นต่อการสร้างและซ่อมแซมเซลล์

รวมทั้งการสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ ที่สำคัญมาก คือร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น ถ้าได้รับไม่เพียงพอจะส่งผลกระทบต่อทุกส่วนของร่างกาย รวมไปถึงกระดูก เลือด อวัยวะ ผิวหนัง ผม และสุขภาพจิตของคนเราด้วย

คำเตือน คำแนะนำ และ ข้อควรรู้

– การรับประทานเป็นอาหารเสริม เพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจควรรับประทานวันละ 1,000 มิลลิกรัม หลังอาหาร
– การรับประทานเพื่อบำบัดโรค ควรรับประทานวันละ 3,000 มิลลิกรัม หรือตามคำแนะนำของแพทย์
– ผู้ที่มีภาวะความดันต่ำ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานน้ำมันปลา เพราะน้ำมันปลาจะลดความดันให้ต่ำลงไปอีก
– กระทรวงสาธารณสุขของอเมริกา อนุญาตให้ใช้น้ำมันปลาเป็นยาที่ช่วยลดไขมันชนิดไม่ดีที่เรียกว่า “ไตรกลีเซอไรด์” ได้
– การเลือกซื้ออาหารเสริมน้ำมันปลานั้น ควรจะดูที่ปริมาณ DHA และ EPA  โดยควรมีมากกว่า 20% ของปริมาณทั้งหมด
– อัตราส่วนของ DHA : EPA ที่ดี ควรจะเป็น 1:2 หรือ 2:3 เพื่อการออกฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพ
– น้ำมันปลาที่ดี ต้องเป็นปลาที่มีแหล่งที่มาจากธรรมชาติ ไม่ใช่ปลาเลี้ยง มีการตรวจสอบถึงความเข้มข้นของกรดไขมัน

ให้คำปรึกษาปัญหา เรื่องสุขภาพฟรี!!

โดยทีมงาน เวชศาสตร์ชะลอวัย ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี

มาตรฐานการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

OM3 เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผ่านการตรวจสอบ และรับรองเครื่องหมาย อย. จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถตรวจสอบ ข้อมูลตามรายละเอียดได้ จาก หมายเลข อย.เลขที่ 12-1-13353-2-0024  ระบุชื่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โอเอ็ม3 ลิแคปเจล  

ให้คำปรึกษาปัญหา เรื่องสุขภาพฟรี!!

โดยทีมงาน เวชศาสตร์ชะลอวัย ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 9 ปี

Open